top of page

ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

สำหรับแอปพลิเคชั่น i-Balance(PRIVACY NOTICE)
 

ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฯ นี้ ใช้บังคับกับ แอปพลิเคชั่น i-Balance ในการเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้แอปพลิเคชั่นเพิ่อติดตามผลลัพท์ของผู้ใช้งาน

นิยามศัพท์

ภาพถ่ายหน้าจอ 2569-06-12 เวลา 12.13.01.png

1. นโยบายการคุ้มครองข้อมูล ด้านการกำกับดูแล (General Data Protection Governance)

บริษัทจัดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูล เพื่อกำหนดวิธีการและมาตรการที่ถูกต้อง และเหมาะสมในการปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนี้

1.1 โครงสร้างการกำกับดูแล (Data Governance Framework) เพื่อให้มีการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบและมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

 

1.1.1 การกำหนดบทบาท มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ (Working Committee) ที่ประกอบด้วย Data Controller (ผู้ควบคุมข้อมูล), Data Processor (ผู้ประมวลผลข้อมูล) และ DPO (เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)

1.1.2 การแบ่งแยกหน้าที่ ใช้หลักการ Role-Based Access Control (RBAC) และ Need-to-Know Basis คือการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องตามหน้าที่เท่านั้น และมีการทบทวนสิทธิ์ทุกไตรมาส

 

1.2 มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล (Data Privacy Standards) เน้นการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และอ้างอิงมาตรฐาน HIPAA (สากล)

 

1.2.1 ฐานทางกฎหมาย (Lawful Basis): การประมวลผลข้อมูลสุขภาพ (Sensitive Data) จะทำภายใต้การได้รับ "ความยินยอมโดยชัดแจ้ง" (Explicit Consent) เท่านั้น

1.2.2 การคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง มีมาตรการเฉพาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี และบุคคลไร้ความสามารถ โดยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย

1.2.3 การบริหารจัดการวงจรชีวิตข้อมูล (Data Lifecycle) กำหนดระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลที่ชัดเจน เมื่อขอลบบัญชี จะมีช่วงเวลา Soft Delete (90 วัน) ก่อนจะทำ Hard Delete หรือ Anonymization (การทำให้ข้อมูลระบุตัวตนไม่ได้) อย่างถาวร

 

1.3 มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Data Security Measures) การใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันการรั่วไหลและการโจมตี

 

1.3.1 การเข้ารหัส (Encryption) บังคับใช้การเข้ารหัสข้อมูลทั้งในขณะส่งผ่านเครือข่าย (In Transit) และขณะจัดเก็บในฐานข้อมูล (At Rest)

1.3.2 ความปลอดภัยเชิงรุก มีการทำ Penetration Test (Pen Test) เพื่อจำลองการเจาะระบบและปิดช่องโหว่ก่อนใช้งานจริง

1.3.3 การป้องกันด่านหน้า ใช้ระบบ WAF (Web Application Firewall) และ DDoS Protection เพื่อสกัดกั้นทราฟฟิกที่เป็นอันตรายจากภายนอก

 

1.4 การตรวจสอบและการตอบสนอง (Monitoring & Incident Response) มาตรการเมื่อเกิดเหตุการณ์

ไม่ปกติ

 

1.4.1 Audit Logging บันทึกการเข้าใช้งานระบบอย่างละเอียดเพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลัง (Traceability)

1.4.2 แผนเผชิญเหตุ (Incident Response) หากพบเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทมีนโยบายรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล (สคส.) ภายใน 72 ชั่วโมง

1.4.3 ความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP/DR) มีการสำรองข้อมูลรายวัน (Daily Backup) และทดสอบการกู้คืน (Restore Test) สม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายและระบบพร้อมใช้งานตลอดเวลา

 

2. นโยบายการคุ้มครองข้อมูล ด้านการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูล (General Data Keeping, Collecting, Using and Processing)

บริษัทจะเก็บ รวบรวม ใช้ ในฐานะผู้ประมวลผลให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างเป็นธรรม โปร่งใส คำนึงถึงความถูกต้อง และสิทธิของเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ บริษัทจะทำการกำหนดขอบเขต วัตถุประสงค์ ของการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูล และระยะเวลาในการดำเนินการกับข้อมูล ให้ทำได้เท่าที่จำเป็น หรือตามที่บริษัทกำหนด หรือตามที่กฎหมายอื่นกำหนด และภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย และแนวทางในการดำเนินกิจการของบริษัท สำหรับข้อมูลที่บริษัท เก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลด้วยการรักษาความลับ ความถูกต้องสมบูรณ์ และความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเพียงพอ และเหมาะสม

2.1 บริษัทจะจัดให้มีกระบวนการ การควบคุม รวมถึงการบริหารจัดการกับข้อมูลในทุกกระบวนการให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย และนโยบายการคุ้มครองข้อมูลของบริษัท

2.2 บริษัทจะจัดทำ รักษา และบันทึกการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูล ที่เกี่ยวข้องให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย รวมทั้งจะปรับปรุงบันทึกการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

2.3 บริษัทจะจัดให้มีกระบวนการที่ชัดเจนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูล และการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย รวมทั้งจัดให้มีมาตรการดูแล เก็บรักษา และตรวจสอบ ขั้นตอนการดำเนินการดังกล่าว

2.4 บริษัทจะจัดให้มีกลไกการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล รวมทั้งจัดให้มีกลไกการแก้ไขข้อมูลให้มีความถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ

2.5 บริษัทจะจัดทำข้อตกลง/สัญญากับผู้รับโอนในการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูล เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดในกรณีที่จะต้องมีการส่ง หรือโอนข้อมูล ให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย และนโยบายการคุ้มครองข้อมูลของบริษัท

2.6 หากมีความจำเป็นในการส่ง โอนข้อมูลไปยังบุคคลอื่นที่อยู่ต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของประเทศนั้น ๆ

 

2.7 บริษัทจะทำลายข้อมูล หรือ จัดทำกระบวนการ pseudonymisation เมื่อครบกำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล โดยปฏิบัติให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย และแนวทางการดำเนินกิจการของบริษัท

2.8 บริษัทฯ จะเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูล ในฐานะผู้ประมวลผล ให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างเป็นธรรม โปร่งใส คํานึงถึงความถูกต้อง และสิทธิของเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ บริษัทฯ จะกําหนดขอบเขต วัตถุประสงค์ ของการเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูล และ ระยะเวลาในการดําเนินการกับข้อมูล ให้ทําได้เท่าที่จําเป็น หรือตามที่บริษัทฯ กําหนด หรือตามที่ มาตรฐาน หรือกฎหมายอื่นกําหนด และภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย และแนวทางใน การดําเนินกิจการของบริษัทฯ สําหรับข้อมูลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล ด้วยการรักษา ความลับ ความถูกต้องสมบูรณ์ และความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเพียงพอ และเหมาะสม

2.9 ต้องจัดให้มีกระบวนการ การควบคุม รวมถึงการบริหารจัดการกับข้อมูลในทุกกระบวนการให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย และนโยบายการคุ้มครองข้อมูลของบริษัทฯ 

2.10 ต้องเก็บรักษา และบันทึกการเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูล ที่เกี่ยวข้องให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย รวมทั้งจะปรับปรุงบันทึกการเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง 

2.11 ต้องจัดให้มีกระบวนการที่ชัดเจนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมใช้ ประมวลผลข้อมูล และการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย รวมทั้งจัดให้มีมาตรการดูแล เก็บรักษา และตรวจสอบ ขั้นตอนการดําเนินการดังกล่าว 

2.12 ต้องจัดให้มีกลไกการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล รวมทั้งจัดให้มีกลไกการแก้ไขข้อมูลให้มี ความถูกต้องอย่างสม่ําเสมอ 

2.13 ต้องจัดทําข้อตกลง/สัญญากับผู้รับโอนในการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูล เพื่อกําหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดในกรณีที่จะต้องมีการส่ง หรือโอนข้อมูล ให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย และนโยบายการคุ้มครองข้อมูลของบริษัท 

2.14 หากมีความจําเป็นในการส่ง โอนข้อมูลไปยังบุคคลอื่นที่อยู่ต่างประเทศ บริษัทฯ จะต้องดําเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของประเทศนั้น ๆ บริษัทฯ จะต้องทําลาย ข้อมูล หรือจัดทํากระบวนการปกปิดอัตลักษณ์ (pseudonymization) เมื่อครบกําหนดระยะเวลา ในการจัดเก็บข้อมูล โดยปฏิบัติให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย และแนวทางการดําเนินกิจการของบริษัทฯ

 

3. นโยบายการคุ้มครองข้อมูล ด้านการรับรองการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล (Data Subject Right) 

บริษัทจะจัดให้มีมาตรการ แนวทาง และวิธีการเพื่อให้เจ้าของข้อมูลใช้สิทธิของตนได้ตามเท่าที่กฎหมายกำหนด ดังต่อไปนี้ 

โดยหากท่านต้องการใช้สิทธิเจ้าของข้อมูล บริษัทฯ จะต้องดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลในระยะเวลาไม่เกิน 30 (สามสิบ) วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ทั้งนี้บริษัทฯ จะปฎิเสธคำขอดังกล่าวเสียก็ได้ แต่จะต้องเป็นการปฏิเสธตามกฎหมาย หรือคำสั่งศาล หรือคำขอนั้น อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

 

4. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ

บริษัทจะจัดให้มีผู้รับผิดชอบดูแล ควบคุมการจัดการโครงการเพื่อการวางโครงสร้างของการเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยมีการแบ่งโครงสร้างการจัดการโดยหน้าที่เป็นดังต่อไปนี้

4.1 Service Owner / System Owner (เจ้าของระบบ)

4.1.1 กำหนดเป้าหมายและความคาดหวังด้านความพร้อมใช้งาน ความเสถียร ความปลอดภัย และความสามารถในการกู้คืนของบริการ

4.1.2 อนุมัติแผนการบำรุงรักษาที่มีความเสี่ยงสูงหรืออาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการ

4.1.3 รับทราบรายงานผลการบำรุงรักษา และติดตามการปิดรายการปรับปรุง (Action Items) ให้แล้วเสร็จตามกำหนด

 

4.2 Infrastructure/DevOps (ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐาน/ระบบ)

4.2.1 วางแผนและดำเนินการตรวจสอบสุขภาพระบบ (Server Health) และการบำรุงรักษาตามรอบที่กำหนด

4.2.2 ดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและเชิงแก้ไขตามความจำเป็น รวมถึงจัดทำ/ควบคุมเอกสารการเปลี่ยนแปลง (Change Request)

4.2.3 ดำเนินการทบทวนด้านความปลอดภัยเชิงปฏิบัติการ และทบทวนสิทธิ์การเข้าถึง (Access Review) ตามนโยบาย

4.2.4 ดำเนินการ Patch Management เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

4.2.5 ตรวจสอบความสำเร็จของการสำรองข้อมูล (Daily Backup Success) และดำเนินการทดสอบการกู้คืน (Restore Test) และจัดทำรายงานผล

4.2.6 จัดทำและจัดเก็บบันทึก/หลักฐานการดำเนินงาน เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

 

4.3 Application Owner / Developer (ผู้พัฒนา)

4.3.1 ให้ข้อมูลข้อจำกัดและความสัมพันธ์ของระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เพื่อสนับสนุนการวางแผนบำรุงรักษา

4.3.2 สนับสนุนการตรวจสอบหลังบำรุงรักษาในมุมระบบงาน และร่วมวิเคราะห์สาเหตุเมื่อเกิดเหตุผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชัน

4.3.3 ดำเนินการปรับปรุง/แก้ไขในส่วนระบบงานเมื่อรายการบำรุงรักษาหรือการทบทวนพบประเด็นที่ต้องแก้ไข

 

4.4 QA/Tester (ผู้ทดสอบระบบ)

4.4.1 ดำเนินการทดสอบยืนยันหลังการบำรุงรักษาหรือหลังการเปลี่ยนแปลง เพื่อยืนยันว่าบริการใช้งานได้ตามปกติ

4.4.2 บันทึกผลการทดสอบและรายงานความผิดปกติที่พบต่อผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการแก้ไข

 

4.5 Support / Customer Service (ฝ่ายสนับสนุน/ประสานงานลูกค้า)

4.5.1 ประสานงานการสื่อสารกับผู้ใช้งาน/ลูกค้าในกรณีมี Maintenance Window หรือมีผลกระทบต่อการให้บริการ

4.5.2 รับแจ้งเหตุเบื้องต้น รวบรวมข้อมูลที่จำเป็น และส่งต่อทีมที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการจัดการ

เหตุขัดข้อง

4.5.3 สนับสนุนการติดตามสถานะงานและการปิดเคสจนแล้วเสร็จตาม SLA/ข้อตกลงที่กำหนด

 

5. ผู้บริหาร มีบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบในการติดตามควบคุมให้หน่วยงานที่ดูแลปฏิบัติตามนโยบาย

การคุ้มครองข้อมูลของบริษัท และส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ให้เกิดขึ้นกับลูกจ้าง/พนักงานของบริษัท เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลของบริษัท (Invitrace  DPO) มีบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบตามที่กฎหมายกำหนด 

ซึ่งรวมถึงหน้าที่ดังต่อไปนี้

5.1 รายงานสถานการณ์คุ้มครองข้อมูลให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลทราบอย่างสม่ำเสมอ และจัดทำ

ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการคุ้มครองข้อมูลของบริษัทให้ทันสมัยและสอดคล้องกับกฎหมาย

5.2 ให้คำแนะนำต่อลูกจ้าง/พนักงานของบริษัทเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และนโยบายการคุ้มครอง

ข้อมูลของบริษัท

5.3 ตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานในบริษัท ให้เป็นไปตามกฎหมาย และนโยบายการคุ้มครองข้อมูล

ของบริษัทร่วมพิจารณาประเมินความเสี่ยงด้านข้อมูลกับคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลของบริษัทเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูล

 

ลูกจ้าง/พนักงานของบริษัท มีบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้

 

5.4 ปฏิบัติตนเองให้สอดคล้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลของบริษัท มาตรฐานการปฏิบัติงาน แนวทาง

ปฏิบัติ ขั้นตอนปฏิบัติ และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูล

5.5 รายงานเหตุการณ์ผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูล และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และนโยบาย

การคุ้มครองข้อมูลของบริษัทให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

 

6. นโยบายการคุ้มครองข้อมูล ด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (General Data Security)

บริษัทจะจัดให้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม และเพียงพอ รวมถึงจัดให้มีการป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูล และการละเมิดที่เกิดจากการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

6.1 ต้องจัดให้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม และเพียงพอ รวมถึงจัดให้มี

การป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูล และการละเมิดที่เกิดจากการนําข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

6.2 ต้องจัดให้มีการบริหารจัดการเหตุการณ์ผิดปกติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล (Personal Data Incident 

Management) และแนวทางการตอบสนองต่อเหตุการณ์ผิดปกติ เพื่อให้สามารถระบุและจัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกําหนด 

6.3 ต้องจัดให้มีกระบวนการแจ้งเจ้าของข้อมูล รวมถึงพนักงานของรัฐ ผู้ควบคุมข้อมูล (กรณีที่บริษัทฯ 

ทําหน้าที่เป็นผู้ประมวลผล) และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องตามที่กฎหมายกําหนด 

6.4 มีการจัดการด้าน Data Security ที่เหมาะสมและทันสมัย สำหรับข้อมูลทั้งที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูล

ทั่วไป และข้อมูลแฝงข้อมูลส่วนบุคคล ในรูปแบบดิจิทัล

6.5 สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบของเอกสารทางบริษัทจะมีการเก็บบันทึกเป็น Log ในการนำข้อมูลใช้เพื่อทำงาน

 

7. นโยบายการคุ้มครองข้อมูล ด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพ (Health Data Security)

บริษัทจะจัดให้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม และเพียงพอ รวมถึงจัดให้มีการป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูล และการละเมิดที่เกิดจากการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งานได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐานสากลสูงสุด โครงการ i-Balance มีการออกแบบระบบและกระบวนการทำงานโดยอ้างอิงหลักเกณฑ์จาก Health Insurance Portability and Accountability Act (HIPAA) ดังนี้

 

7.1 การรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว (Privacy Rule) ยึดถือหลักการ Minimum Necessary Standard โดยจำกัดการเข้าถึง การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Protected Health Information (PHI)) ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการทางการแพทย์และการดูแลรักษาเท่านั้น

 

7.2 มาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Security Rule) วางมาตรการป้องกันข้อมูลสุขภาพในรูปแบบดิจิทัล (ePHI) อย่างเข้มงวดใน 3 มิติ

7.2.1 มาตรการทางเทคนิค (Technical Safeguards) มีการเข้ารหัสข้อมูลทั้งในระหว่างการรับส่ง 

(In Transit) และขณะจัดเก็บ (At Rest) พร้อมระบบ Audit Logs เพื่อบันทึกประวัติการเข้าถึงข้อมูลอย่างละเอียด

7.2.2 มาตรการทางบริหาร (Administrative Safeguards) มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ดูแลความ

ปลอดภัยของข้อมูล และประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศอย่างสม่ำเสมอ

7.2.3 มาตรการทางกายภาพ (Physical Safeguards) ควบคุมการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและ

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด

 

7.3 การตอบสนองต่อเหตุข้อมูลรั่วไหล (Breach Notification Rule) ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเกิดการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ หรือเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้ใช้งาน บริษัทฯ มีมาตรการประเมินความเสี่ยงและแจ้งเหตุให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบโดยทันทีตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อลดผลกระทบและเยียวยาความเสียหายอย่างมีประสิทธิภาพ

 

7.4 การเชื่อมโยงกับกฎหมายภายในประเทศบริษัทฯ ดำเนินการประมวลผลข้อมูลโดยบูรณาการมาตรฐาน HIPAA เข้ากับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคล จะได้รับการคุ้มครองด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดภัยตามมาตรฐานระดับโลก

 

8. บริษัทจะจัดให้มีนโยบายการบริการจัดการเหตุการณ์ผิดปกติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล และแนวทางการตอบสนองต่อเหตุการณ์ผิดปกติ เพื่อให้สามารถระบุและจัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด

8.1 บริษัทจะจัดให้มีกระบวนการแจ้งเจ้าของข้อมูล รวมถึงพนักงานของรัฐ ผู้ควบคุมข้อมูล และบุคคลอื่นที่

เกี่ยวข้อง ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูล เพื่อให้สอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด

 

9. นโยบายการคุ้มครองข้อมูล ด้านการกำกับให้มีการปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองข้อมูล 

9.1 บริษัทจะจัดให้มีกระบวนการกำกับดูแลในกรณีที่กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีการประกาศใช้

กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงมาตรการการคุ้มครองข้อมูลให้มีความเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ

9.2 บริษัทจะจัดให้มีการทบทวนและปรับปรุงนโยบาย มาตรการฐานการปฏิบัติงาน แนวทางในการปฏิบัติ 

ขั้นตอน การปฏิบัติ และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลเป็นประจำ เพื่อให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับกฎหมาย และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป

9.3 ต้องจัดให้มีโครงสร้างและกลไกที่เหมาะสมในการกํากับดูแลการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ ข้อมูลทั่วไปตาม   กฎหมาย ดังนี้

9.3.1 กําหนดให้มีโครงสร้างองค์กร รวมทั้งกําหนดบทบาท ภารกิจ ความรับผิดชอบของหน่วยงาน

และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน เพื่อสร้างมาตรการการกํากับดูแล การควบคุม ความ รับผิดชอบ การปฏิบัติงาน การบังคับใช้ และการติดตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมาย และนโยบายการคุ้มครองข้อมูล 

9.3.2 แต่งตั้งผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลของ (Data Protection Officer: DPO) 

9.4 ต้องจัดทํานโยบาย (Policy) มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standards) แนวปฏิบัติ (Guidelines) ขั้นตอน

ปฏิบัติ (Procedures) และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมาย และนโยบายคุ้มครองข้อมูล

9.5 ต้องจัดให้มีกระบวนการบริหารการปฏิบัติตามนโยบาย เพื่อควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตาม นโยบายการคุ้มครองข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

9.6 ต้องจัดให้มีการฝึกอบรม พนักงาน/ลูกจ้าง อย่างสม่ําเสมอ เพื่อให้พนักงาน/ลูกจ้าง ตระหนักถึงความ

สําคัญของการคุ้มครองข้อมูล และทําให้มั่นใจได้ว่า พนักงาน/ลูกจ้าง มีความรู้ความเข้าใจในการคุ้มครองข้อมูล และสามารถปฏิบัติตามนโยบาย การคุ้มครองข้อมูลของบริษัท

9.7 ต้องจัดให้มีกระบวนการกํากับดูแลในกรณีที่กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีการประกาศใช้กฎหมาย

อื่นที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงมาตรการการคุ้มครองข้อมูลให้มีความเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับกฎหมายอย่างสม่ําเสมอ 

9.8 ต้องจัดให้มีการทบทวนและปรับปรุงนโยบาย มาตรฐานการปฏิบัติงาน แนวทางในการปฏิบัติ ขั้นตอน การปฏิบัติ และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลเป็นประจํา เพื่อให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับกฎหมาย และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป 

 

10. นโยบายที่เกี่ยวข้อง

บริษัทกำหนดการให้มีระเบียบปฏิบัติด้านข้อมูลและการรักษาข้อมูล โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

10.1  นโยบายการเข้าถึงตามสิทธิ์ (Access Control Policy)

10.1.1 Least Privilege ให้สิทธิ์พนักงานเข้าถึงข้อมูล "เท่าที่จำเป็น" ต่อหน้าที่เท่านั้น

10.1.2 RBAC (Role-Based Access Control) แบ่งสิทธิ์ตามตำแหน่งงาน (เช่น Admin, Doctor, Developer)

10.1.3 Access Review ต้องมีการทบทวนสิทธิ์ทุกไตรมาส หากพนักงานลาออกหรือเปลี่ยนหน้าที่ ต้องเพิกถอนสิทธิ์ทันที

10.2 นโยบายการจัดการวงจรชีวิตข้อมูล (Data Lifecycle Policy)

10.2.1 Retention Period กำหนดระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่ชัดเจน (เช่น ข้อมูลสุขภาพเก็บ 5-10 ปีตามกฎหมายการแพทย์)

10.2.2 Secure Disposal เมื่อข้อมูลหมดความจำเป็น ต้องทำการลบถาวร (Hard Delete) หรือทำลายจนไม่สามารถกู้คืนได้

10.2.3 Soft Delete มีระยะเวลาพักข้อมูล 90 วันก่อนลบจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาด

10.3 นโยบายการสำรองข้อมูลและความต่อเนื่อง (Backup & BCP)

10.3.1 Daily Backup สำรองข้อมูลทุกวันและเก็บไว้ในพื้นที่ที่ปลอดภัย (ข้ามโซน AWS)

10.3.2 Restore Testing ต้องทดสอบกู้คืนข้อมูลจริงอย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำรองใช้งานได้จริง

10.3.3 Availability ระบบต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยมีแผนรองรับกรณีเซิร์ฟเวอร์หลักขัดข้อง

10.4 นโยบายการจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management)

10.4.1 No Manual Change ห้ามแก้ไขระบบหรือฐานข้อมูลโดยพลการในเครื่อง Production

10.4.2 Request & Approve ทุกการแก้ไขต้องมีการทำ Change Request (CR) มีการประเมินผลกระทบ และได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ

10.4.3 Rollback Plan ทุกครั้งที่อัปเดตระบบ ต้องมีแผนถอยหลังกลับ (Rollback) กรณีที่เกิดข้อผิดพลาด

10.5  นโยบายความตระหนักรู้และการตอบสนอง (Awareness & Response)

10.5.1 Incident Reporting พนักงานทุกคนมีหน้าที่แจ้งเหตุทันทีเมื่อพบสิ่งผิดปกติหรือสงสัยว่าข้อมูลรั่วไหล

10.5.2 Security Training พนักงานต้องเข้าอบรมเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและกฎหมาย PDPA เป็นประจำ

10.5.3. Audit Trail ทุกกิจกรรมสำคัญต้องมีการบันทึก Log ไว้เพื่อตรวจสอบย้อนหลังได้เสมอ

 

11. โทษของการไม่ปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลของบริษัท

เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำการร้องเรียนตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมาย บริษัทได้รับทราบการร้องเรียนแล้ว แต่ไม่ได้มีการดำเนินการหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องพิจารณาเพื่อให้เป็นไปตามสิทธิเจ้าของข้อมูล หรือหากบริษัทไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จนทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกละเมิด หรือข้อมูล
 

รั่วไหลไปยังบุคคลหรือองค์กรภายนอก จนส่งผล กระทบให้เจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหาย ทางบริษัทจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กำหนดโทษไว้ 3 ส่วนคือ โทษทางแพ่ง โทษทางอาญา โทษทางปกครอง

 

นโยบายฉบับนี้เป็นนโยบายฉบับชั่วคราว ซึ่งฉบับที่สมบูรณ์จะถูกประกาศใช้หลังจาก 90 วัน และบริษัท ฯ ยึดมั่นในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลของท่านเป็นไปอย่างโปร่งใส จึงประกาศมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน

bottom of page